
การหมดตัวของประเทศหนึ่งเป็นแบบไหน รวมทั้งอาการจนกรอบจำต้องแก้เช่นไร และก็พวกเราถึงจุดนั้นแล้วหรือยัง?
1. อาการ "จนกรอบ" อาจเกิดจากหลายกรณี ในบางประเทศบางบุคคลบางทีอาจรู้เรื่องว่าการที่รัฐบาลหารายได้มาใช้ไม่ทันก็คือลักษณะของจนกรอบ แต่ว่าหากเงินสดในมือน้อยเกินไปแล้วถ้าหากเงินเก็บ (อย่างเช่นทุนสำรองระหว่างชาติ) มีอยู่เยอะแยะจะนับว่าจนกรอบได้หรือเปล่า
2. โดยธรรมดาในเวลาที่ประเทศหนึ่งอยู่ในภาวการณ์จนกรอบหรือล้มละลาย เป็นการที่ประเทศนั้นๆจ่ายหนี้ไม่ไหวแล้ว (sovereign default) จนถึงกำเนิดวิกฤตหนี้สินสาธารณะ เมื่อถึงจุดนี้ประเทศนั้นๆจะอ้อนวอนลูกเดียวจากหน่วยงานระหว่างชาติ ได้แก่ IMF
3. เมืองไทยเคยผ่านจุดนี้มาแล้วเมื่อครั้งวิกฤตการคลังทวีปเอเชีย "วิกฤตต้มยำกุ้ง" เมื่อปี 2540 แล้วก็จะต้องผ่านกรรมวิธีปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนี้สินลากยาวไปจนกระทั่งปี 2550 ด้วยค่าเงินบาทที่ตรงลงเฉียบพลันทำให้การจ่ายหนี้ต่างถิ่นมีมูลค่ามากมายก่ายกองในเลวทรามข้ามคืนจนกระทั่งจ่ายกันไม่ไหว
4. วิกฤตต้ำยำกุ้งมีพื้นเพปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจฟองสบู่ของไทยที่ปั่นกนขึ้นมาตั้งแต่สมัยของพล. อำเภอ ชาติชาย ชุณหะวัณ แต่ว่ามาแตกโพละเมื่อเงินบาทถูกจู่โจมจากนักเก็งกำไรช่วงวันที่ 14 - 15 พ.ค. 2540 รัฐบาลของพล.อำเภอ ชวลิต ยงใจยุทธถูกบีบให้จำต้องลอยค่าเงินบาท
5. มูลเหตุที่จะต้องลอยค่าเงินบาทเนื่องจากว่าในกระเป๋าเงินของพวกเรามีทุนสำรองระหว่างชาติน้อยเกินไปที่จะนำเงินบาทไปตรึงกับเงินดอลลาร์ ผลก็คือเมื่อลอยค่าเงินแล้วเงินบาทตรงลงอย่างสม่ำเสมอกระทั่งทำให้การใช้หนี้เมืองนอกเกือบจะไม่มีทางเป็นไปได้ ดังเช่น จากหนี้สินหนึ่งล้านบาทแปลงเป็นหลายสิบล้านบาทเพราะว่าค่าเงินลอยละลิ่ว
6. เมื่อประเทศหนึ่งตกอยู่ในภาวะนี้แล้วเศรษฐกิจย่อมมีปัญหา การว่างงานขนานใหญ่จะเกิดขึ้น เมื่อคนไม่มีงานทำ เมืองก็ไม่อาจจะเก็บภาษีมาเป็นรายได้เแผ่นดิน ถ้าเกิดไม่กระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นประเทศก็จะดักดานอยู่แบบนั้น แม้กระนั้นโชคดีที่เศรษฐกิจไทยเบาๆฟื้นในปี 2543 ทำให้มีรายได้จากภาษีมากขึ้น
7. นอกเหนือจากปัญหาแบบวิกฤตต้มยำกุ้งแล้ว ประเทศหนึ่งๆจะจนกรอบได้น่าฟังใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมาตลอดยาวนานหลายปีด้วยการยืมหนี้สินยืมสินมาปรับปรุงประเทศหรือชำระเงินเพื่อการจัดการประเทศ แม้กระนั้นถ้าหากเศรษฐกิจห่วยแตกก็จะเก็บภาษีมิได้ตามเป้า ทำให้จ่ายและชำระหนี้มิได้เปลี่ยนเป็นประเทศล้มละลายไป
8. ในสมัยก่อน ถ้าหากประเทศหนึ่งผิดนัดจ่ายนี้อาจจะเป็นผลให้ประเทศเจ้ากี้เจ้าการจำต้องใช้ความรุนแรงทหารบังคับ (ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นได้อยู่) แม้กระนั้นแนวทาง "รุ่งเรือง" กว่าเป็นการเจรจาต่อรอง ประเทศล้มละลายไม่บางทีอาจใช้คำว่าจนกรอบแล้วหลีกเลี่ยงไม่ชำระเงินมิได้ แม้กระนั้นประเทศเจ้าหนี้ก็จะไปยึดประเทศก็มิได้อีก
9. กระบวนการก็คือการ "เล็มผม" (Haircut) ซึ่งเป็นคำศัพท์ทางด้านการเงินหมายความว่าการที่ลูกหนี้ชำระคืนให้เจ้าหนี้ด้วยเงินต้นรวมทั้งดอกที่น้อยกว่าราคาพาร์ด้วยเหตุว่าความรู้ความเข้าใจมีเท่านั้น ดังเช่นกรณีการหมดตัวของกรีซเจ้าหนี้พันธบัตรของกรีซได้เงินคืนเพียงแค่ 50%
10. ด้วยเหตุดังกล่าวประเทศจนกรอบก็เลยมิได้มีความหมายว่าจึงควรสิ้นชาติหรือจำต้องขายแผ่นดินรับประทาน (แม้ว่าจะมีตัวอปิ้งของวิธีขายแผ่นดินเพื่อชำระหนี้มาแล้ว ดังเช่นว่า กรณีของรัสเซียที่ขายอะแลสก้าเอาเงินมาจ่ายและชำระหนี้การทำศึกไครภรรยา) กรรมวิธีการไขปัญหาจนกรอบที่ถูกจุดที่สุดเป็นทำให้เมืองมีเงินให้เยอะที่สุดและก็เร็วที่สุด
11. แนวทางหารายได้มี 2 แบบเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนมีงานรวมทั้งมีเงินแล้วก็เมืองมีรายได้เข้ามาหรือกระตุ้นการลงทุนจากต่างแดนเพื่อคิดบัญชียี่ห้อต่างชาติ แม้กระนั้นกระบวนการนี้เกือบจะไม่มีทางเป็นไปได้ในระยะสั้น ฉะนั้น ประเทศที่จนกรอบก็เลยจำเป็นต้องใช้แนวทางลำดับที่สอง เป็นขอเงินบริจาคจากหน่วยงานอย่าง IMF
12. แต่ว่าการขอเงินจาก IMF มีเงื่อนไขพ่วงมาด้วย ในกรณีของไทยเป็นการบีบให้ไทยจะต้องเปิดเสรีภาคการคลังมากเพิ่มขึ้นแน่ๆว่าทำให้ความรวยที่อยู่ในมือชาวไทยออกไปอยู่ในมือประเทศที่ "ทุนดก" มากยิ่งกว่า อีกข้อตกลงยอดนิยมเป็นการบีบให้รัฐบาลจำต้องลดการใช้งบประมาณลง
13. การตัดงบประมาณหรือการรัดสายรัดเอวทางการคลังเก็บของ (austerity) ทำให้เมืองจำเป็นต้องตัดรายการจ่ายที่จำเป็นจะต้องต่อราษฎร ผลปรากฏว่าเป็นสามัญชนไม่สบอารมณ์จนกระทั่งมีการก่อการต้านทั้งยังเมืองทั้งคนมอบเงินเมือง โดยเหตุนั้นการขอเงินโดยมีเงื่อนไขแม้ว่าจะช่วยประเทศได้ แต่ว่ารัฐบาลนั้นชอบอยู่ต่อไม่ติด
14. แล้วไทยในเวลานี้จนกรอบไหม? เหตุการณ์ของเมืองไทยตอนนี้เป็นมีรายได้ลดน้อยลงด้วยเหตุผลต่างๆตั้งแต่แผนการการเงินที่ไม่ได้เรื่องไปจนกระทั่งเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ว่ายังดีที่ทุนสำรองอยู่ในระดับที่สูงมากยิ่งกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐมากมายเป็นชั้นที่ 12 ของโลก
15. ชั้นความน่าวางใจด้านเครดิตของไทยโดย Fitch ยังอยู่ที่ BBB+ หรือมีสเถียรภาพ (Stable) ส่วนการจัดความน่าไว้วางใจโดย Moody’s เมื่อปีที่ผ่านมายกฐานะไทยจากระดับ Stable ให้อยู่ที่ Positive
16. การเก็บภาษีไม่ตรงเป้าของรัฐบาลจะนำมาซึ่งสภาวะจนกรอบไหม? ตามเดิมแล้วถ้าเกิดเงินน้อยเกินไปคลังเก็บของก็จะต้องกู้มาผ่านแนวทางการขายพันธบัตร ซึ่งการยืมเงินนั้นคือเรื่องธรรดาของการจัดการการคลัง แต่ว่าการกู้ยืมนั้นบางทีอาจส่งผลให้เกิดสภาวะล้มละลายได้ราวกับหลายประเทศที่กล่าวไว้ข้างต้นเนื่องจากประเทศพวกนั้นกู้หนี้ยืมสินมาใช้แล้วผลตอบแทนไม่ดีราวกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
17. แล้วไทยจะมีตอนจบอย่างงั้นหรือเปล่า? จำต้องตอบว่ารัฐบาลมีปัญหาประเด็นการเก็บรายได้จริงๆและก็มีมานับเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ว่าโชคดีที่ถ้าเกิดย้อนกลับไปที่การคาดการณ์โดย Moody’s ที่กล่าวว่าการลงทุนโดยภาครัฐในด้านสาธารณูปโภคโดยยิ่งไปกว่านั้นกับ EEC บางทีก็อาจจะช่วยยกฐานะความสามารถด้านการแข่งขันชิงชัยทางด้านเศรษฐกิจของไทย
18. แปลว่าตราบเท่าที่รัฐบาลจะต้องกู้ ถ้าเกิดกู้มาแล้วลงทุนอย่างมีหวังว่าจะได้กำไรคืนมาราวกับที่ Moody’s ก็เป็นสิ่งเหมาะกู้และไม่ว่าคลังเก็บของจะมีเงินมากมายหรือน้อย ถ้าหากอนาคตของประเทศมีแวว ตราบนั้นช่องทางจะจนกรอบกระทั่งล้มละลายก็มีน้อยเนื่องจากเครดิตยังดีอยู่
19. แต่ การคาดการณ์เครดิตของสถาบันต่างๆสร้างขึ้นก่อนจะมีการระบาดของวัววิด-19 และก็ก่อน "วิกฤตกระทรวงการคลัง" ของรัฐบาลไทย ในตอนสามสี่ปีนี้รายได้ของประเทศจะหายไปอย่างมากมายเนื่องจากการท่องเที่ยวสะดุด เศรษฐกิจที่อัตคัดมานานจะเริ่มร้ายแรงขึ้น ทำให้การเก็บรายได้จากภาษียิ่งไม่ตรงเป้า ช่องทางที่จะชำระหนี้ที่กู้มาก็เลยยากขึ้น สมัครts911
20. ถ้าหากไทยยังไม่ถึงวันนั้นในเร็วๆนี้ถามคำถามว่าช่วงนี้ประเทศไหนที่ใกล้จะล้มละลายบ้าง ตอบว่าไม่ต้องมองดูไปไกลหมายถึง"ลาว" ประเทศบ้านเรือนใกล้กันของไทยนั่นเอง เพราะว่าขณะนี้ทุนสำรองระหว่างชาติของลาวน้อยกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ว่ามีหนี้สินจำต้องจ่ายมากมายว่า 1,000 ล้าน ซึ่งลาวใช้แนวทางของความช่วยเหลือเกื้อกูลจากจีน


0 ความคิดเห็น