
คดี"ไซซะนะ"ชายหนุ่ม สปเปรียญลาว สมคบคิดค้าสิ่งเสพติด ระหว่างประเทศสำนวนแรกจบแล้ว โทษจำเรือนจำชั่วชีวิต ข้างหลังศาลฎีกาไม่อนุญาตศาลฎีกา
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 22 ธันวาคม63 ช่วงเวลาเช้าก่อนหน้านี้ ศาลนัดหมายอ่านคำตัดสินศาลฎีกา คดีลำดับที่ดำ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา1642/2560 ที่บุคลากรอัยการข้างคดีสิ่งเสพติด 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "นายไซซะนะ แก้วพิมพา" (MR.XAY SANA KEOPIMPHA) อายุ 45 ปี เชื้อชาติประเทศลาว (สปเปรียญลาว) เป็นเชลย ในข้อผิดพลาดฐานสมคบคิดกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อทำผิดเกี่ยวกับสารเสพติด และก็ได้มีการปฏิบัติเกี่ยวกับสารเสพติด,ด้วยกันนำเข้า ยาขยันซึ่งเป็น สารเสพติดให้โทษจำพวก 1 เพื่อขายโดยมิได้รับอนุญาต แล้วก็ด้วยกันมีสิ่งเสพย์ติดไว้ภายในครองเพื่อขายโดยมิได้รับอนุญาต ตาม พระราชบัญญัติสารเสพติดให้โทษ พุทธศักราช2522 มาตรา 4 ,7, 8 ,15, 65, 66 แล้วก็ 100/1 รวมทั้ง พระราชบัญญัติมาตรการสำหรับในการปราบผู้ทำความผิดเกี่ยวกับสารเสพติด พุทธศักราช2534 มาตรา 4-5 ,8,14 ซึ่งได้ร่วมกับพวกมียาขยัน 1.2 เม็ดไว้ภายในถือครองเพื่อจัดจำหน่าย
โดยอัยการยื่นฟ้องคดีช่วงวันที่ 12 เม.ย.60 อธิบายความประพฤติสรุปว่า เชลยกับพวกที่อยู่ สปเปรียญลาว รวมกันปฏิบัติหน้าที่หาสิ่งเสพติด และก็รถยนต์สำหรับซุกซ่อน แล้วก็รถยนต์นำทางสำหรับเพื่อการขนลำเลียงสารเสพติด โดยมีพวกของเชลยที่อัยการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีความต่อศาลอาญาไว้แล้วรวม 6 คนร่วมกระทำผิดสำหรับในการปฏิบัติหน้าที่ขับขี่รถรับยา จาก สปเปรียญลาว เข้ามาในประเทศไทยเพื่อส่งต่อ ซึ่งพวกเชลยได้มีการขับขี่รถนำทางแล้วก็ตรวจทางเพื่อตรวจตราว่ามีด่านของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือเปล่า ก่อนจะผสานต่อเนื่องกันเพื่อส่งยาให้กับโครงข่ายสิ่งเสพติดทางภาคใต้ ของไทยรวมทั้งประเทศมาเลเซียถัดไป โดยตอนวันที่ 30 เดือนกันยายน59 เชลยกับพวกที่ถูกยื่นฟ้องแล้ว และก็อีกคนไม่ใช่น้อยที่หลบซ่อนหนียังมิได้ตัวมาฟ้องได้ด้วยกันนำยาม้า 1.2 ล้านเม็ดจาก สปเปรียญลาว ซุกซ่อนในช่องลับใต้หลังคารถยนต์ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายเข้ามาในไทย โดยตอนวันที่ 1 ตุลาคม59 ตำรวจสามารถจับโครงข่ายเชลยพร้อมยึดยาหลักฐานได้จนถึงขยายผลการเข้าจับกุมพวกเชลยที่อัยการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีความไว้แล้ว ก่อนที่จะจับกุมตัวเชลยได้ช่วงวันที่ 19 มกราคม60 ชั้นสืบสวนเชลยให้การยอมรับซึ่งระหว่างนั้นเชลยได้ถูกคุมตัวไว้ที่ที่คุมขังบรรเทาพิเศษกึ่งกลางโดยตลอด เหตุกำเนิดที่ สปเปรียญลาว, ด่านตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดจังหวัดหนองคาย , ด่านตรวจสิ่งเสพติดสีขนคิ้ว จังหวัดจังหวัดโคราช , ด่านตรวจสิ่งเสพติดบ้านพละ จังหวัดจังหวัดชุมพร แล้วก็ที่จอดรถอพาร์เม้นท์คริสตัน จังหวัดจังหวัดสงขลา
โดยศาลชั้นต้น มีคำตัดสินช่วงวันที่ 20 มี.ค.61 ให้ประหารนายไซซะนะ เนื่องมาจากมีหลักฐานแน่ชัดว่าเชลยเป็นผู้จัดการ ให้มีการลำเลียงยาขยัน เพื่อส่งผู้ลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเชลยให้การยอมรับในชั้นซักถาม มีคุณประโยชน์แก่การพินิจคดีอยู่บ้าง ศาลก็เลยลดโทษ 1 ใน 3 คงจะติดคุกตลอดชาติ และก็เชลยขออุทธรณ์คดี โดยศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยช่วงวันที่ 16 ธันวาคม62 มีความเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นตัดสินคดีลงอาญานั้นชอบแล้ว ก็เลยพิพากษ์ยืนติดตะรางไว้ทั้งชีวิต ถัดมาเชลยได้ยื่นขอศาลฎีกาตามระบบข้อบังคับ
ซึ่งวันนี้ ศาลได้เบิกตัว "นายไซซะนะ" เชลย มาจากคุกบำบัดรักษาพิเศษกึ่งกลาง พร้อมฟังคำสั่งของศาลศาลฎีกา ระหว่างที่ศาลฎีกามีคำบัญชาให้ชูคำเรียกร้องอนุญาตศาลฎีกา
ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า เมื่อศาลฎีกาวิเคราะห์ไม่อนุญาตศาลฎีกา ผลคำตัดสินก็เลยถึงที่สุดแล้วก็เป็นไปตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษ์ให้ติดคุกเชลยไว้ตลอดชาติ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนายไซซะนะ เชลย ก็เลยจำเป็นต้องถูกขังถัดไป
อย่างไรก็ตาม เว้นเสียแต่สำนวนคดีนี้แล้วนายไซซะนะ ยังถูกฟ้องในคดีเลขดำ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา2833/2560 ซึ่งบุคลากรอัยการคดีสิ่งเสพติด 10 ได้ยื่นฟ้องนายไซซะนะ ร่วมกับชายคนประเทศไทยอีก 2 คนด้วยในความผิดพลาดฐาน ร่วมมือกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อทำผิดเกี่ยวกับสารเสพติด , ด้วยกันมียาขยัน ซึ่งเป็นสิ่งเสพติดจำพวก 1 เอาไว้ในถือครองโดยมิได้รับอนุญาต กรณีสืบไปจาก ช่วงวันที่ 23 เดือนกรกฎาคม58- 30 ธันวาคม59 เชลยกับพวกที่ยังมิได้ตัวมาฟ้อง ด้วยกันมียาม้า 3,381,400 เม็ด ไว้ภายในถือครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมเงินอีก 144 ล้านบาท ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องตอนวันที่ 27 กรกฎาคม60 แล้วก็ศาลอาญา มีคำวินิจฉัยตอนวันที่ 26 กันยายน61 ให้ประหาร “นายไซซะนะ” แล้วก็ชายไทยอีกคน แต่ว่าคำกล่าวให้การชั้นไต่สวนแล้วก็คำเบิกความเล็กน้อยของเชลยมีประโยชน์ต่อการพินิจพิเคราะห์ ศาลก็เลยลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจะติดคุกไว้ตลอดชีพ สมัครTS911 แล้วก็ให้นับโทษนายไซซะนะต่อจากยาม้าสำนวนแรกปริมาณ 1.2 ล้านเม็ด ที่ศาลวินิจฉัยให้ติดคุกตลอดชีพไปแล้วด้วย
ดังนี้สำหรับนายไซซะนะ ได้ถูกรวบตัวกึ่งกลางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเดือน มกราคม60 จนถึงมีการฟ้องศาล โดยไม่เคยได้รับการประกันตัวตั้งแต่โดนจับจับ


0 ความคิดเห็น