STAY WITH US

header ads

ทำให้จีนเชื่อง เพื่ออยู่ร่วมโลกกันให้ได้

เปิดที่มีความสำคัญในการรบของสหรัฐตาม "แนวความคิดพัฒนาการอย่างสงบ" หรือ Peaceful Evolution เพื่อทำให้จีนเชื่องให้ได้


แม้ว่าเมื่อถึงธันวาคม 2020 รัฐบาลทรัมป์กำลังจะแปลงเป็นอดีตกาลไปรวมทั้งตาม แม้กระนั้นลูกน้องคนสำคัญของทรัมป์ยังคงเคลื่อนไม่หยุดหย่อน เขาคนนั้นเป็น "ไมค์ พอเพียงมพีโอ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเดินสายสานผู้ช่วยเหลือสหรัฐ-สลายหุ้นส่วนจีนอย่างไม่รู้เหมื่อยล้าๆแม้ว่าเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกแรงตอนโค้งสุดท้ายในตำแหน่งอย่างนี้


วันที่ 9 เดือนธันวาคมพอเพียงมพีโอเดินทางไปพูดสุนทรพจน์ที่ Georgia Tech ซึ่งเป็นสถานศึกษาชั้นหนึ่งของประเทศสหรัฐ แม้กระนั้นแทนที่จะกล่าวเรื่องเทคโนโลยีเขากลับพูดหัวข้อเรื่อง "พรรคลัทธิคอมมิวนิสต์จีนในวิทยาเขตการเล่าเรียนอเมริกัน" แน่ๆว่ามันเกี่ยวกับการจู่โจมจีนจังๆ(และก็โปรดสังเกตว่า Georgia Tech มีวิทยาเขตที่เมืองเซินเจิ้น จีนด้วย)


ความตอนหนึ่งพอเพียงมพีโอบอกว่า "เนื่องจากว่าเป็นระยะเวลานานแล้วที่พรรครีพับลิกัน, เดโมแครต หัวหน้าทั่วอีกทั้งสถานศึกษา สถาบันดทางการค้ามีความรู้สึกว่า ด้วยการขายรวมทั้งมีส่วนร่วมกับจีน พรรคระบอบคอมมิวนิสต์จีนจะเปลี่ยนแปลงตนเองจะลดทีท่าอำนาจนิยม จะโอบรับความอิสระทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็การบ้านการเมือง และก็จีนจะแปลงเป็นการเสี่ยงที่ลดลงต่อความอิสระทั้งโลก"


พอเพียงมพีโอกล่าวถัดไปว่า "แต่ว่าโน่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราได้รับ แต่ว่าพวกระบอบคอมมิวนิสต์จีนกลับใช้ความรวยที่ผลิตจากสิ่งนี้ (การที่สหรัฐหันมาค้าขายแล้วก็เป็นหุ้นส่วนด้วย) เพื่อกระชับการยึดอำนาจ ยึดอำนาจเหนือชาวจีน แล้วก็สร้างเมืองเผด็จการที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงอย่างที่โลกไม่เคยมองเห็น"


พวกเรามาดูส่วนแรกของสุทนถ้อยคำกันก่อน ส่งที่พอเพียงมพีโอเอ๋ยถึงไม่ใช่การ "จิต" เอาเองของเขาเมื่อเขาพูดว่าเมื่อสหรัฐอ้าแขนรับจีนแล้วเปิดโอกาสจีนต่างๆนานา จีนจะเปลี่ยนแปลงตนเองให้เสรีแล้วก็เป็นระบบประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่สิ่งที่พอเพียงมพีโอคิดเอาเอง แม้กระนั้นเป็นความเชื่อที่อเมริกันระดับนำมุ่งหวังกันมานาน อย่างที่พอเพียงมพีโอเองอ้างถึง "พรรครีพับลิกัน, เดโมแครต" รวมทั้งหัวหน้าสาขาต่างๆ


ความเชื่อถือที่ว่านี้มีพื้นฐานมาจาก "แนวความคิดพัฒนาการอย่างสงบสุข" หรือ Peaceful Evolution หลักใหญ่ประเด็นหลักของแนวคิดนี้ก็คือ สหรัฐพากเพียรที่จะเปลี่ยนด้านการเมืองของระบบสังคมนิยมจีนโดยสันติวิธี อาทิเช่น การเปิดการขายกับจีนรวมทั้งกระชับความร่วมแรงร่วมมือต่างๆเพื่อจะเบาๆแทรกแนวความคิดระบบประชาธิปไตยแบบลัทธิเสรีนิยมรวมทั้งค่าความนิยมแบบตะวันตกรวมทั้งเศรษฐกิจแบบระบบทุนนิยมเขาไปในจีน เพื่อทำให้จีนละเลิกการเป็นสังคมนิยมแล้วเปลี่ยนเป็นประเทศในโหมดเดียวกับสหรัฐรวมทั้ง "โลกเสรี" อื่นๆ


แนวความคิดนี้เริ่มมาจากจอร์จ เคนแนน (George F. Kennan) นักการทูตและก็นักประวัติศาสตร์คนอเมริกันในปี 1946 หรือภายหลังหมดสงครามโลกครั้งที่ 2 ลงหมาดๆรวมทั้งสงครามเย็นกำลังก่อตัวขึ้น เขาเสนอว่าโลกเสรีรวมทั้งโลกลัทธิคอมมิวนิสต์สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยสงบ เพียงรัสเซียมีจุดยืนด้านการเมืองแบบระบอบคอมมิวนิสต์ที่ "อยู่ร่วมโลกกับระบบทุนนิยมมิได้" โดยเหตุนี้ก็เลยเกิดเรื่องยากที่จะชักชวนรัสเซียให้เชื่อฟัง


นี่เป็นประเด็นสำคัญของแนวความคิดนี้ โน่นเป็นต้องรู้เรื่องจุดมุ่งหมาย (เป็นประเทศระบอบคอมมิวนิสต์) ก่อนว่าพวกเขามีอุดมการณ์แบบไหน ในส่วนของคอมไม่วนิสม์นั้นตั้งใจจริงที่การเปลี่ยนแปลงโดยชนชั้นแรงงานรวมทั้งล้มระบอบระบบทุนนิยม พวกเขาก็เลยรอมชอมกับประเทศระบบทุนนิยมได้ยาก


แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ออกเสียเลย เคนแนนเสนอว่า การโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซียนั้นมีพลังด้านลบมากมาย (โน่นก็เพราะเหตุว่าอยากทำลายสังแคมแบบเก่า) ส่วนสหรัฐจำเป็นจะต้องสร้างการโฆษณาชวนเชื่อที่มีพลังด้านบวกหรือให้สหรัฐมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวโลก


อีกสิบปีถัดมา จอห์น ฟอสเตอร์ ดัลลิส (John Foster Dulles) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในรัฐบาลของไอเซนฮาวเอ้อร์ยกแนวความคิดนี้ขึ้นมาจริงๆจังๆโดยเสนอให้ใช้กรรมวิธีแบบสงบสุข "เพื่อรีบพัฒนาการของแนวทางรัฐบาลด้านในกรุ๊ปจีน-รัสเซีย" เพื่อจะ "ลดอายุขัยของลัทธิคอมมิวนิสม์" โดยสหรัฐรวมทั้งโลกเสรีจะใช้การค้ารวมทั้งการช่วยเหลือต่างๆเป็นเครื่องไม้เครื่องมือหลักสำหรับเพื่อการทำให้จีนเลิกเป็นประเทศลัทธิคอมมิวนิสต์แล้วเป็นประเทศในกรุ๊ปโลกเสรี


ด้วยเหตุนั้นสิ่งที่เรียกว่า "แนวทางการสงบ" มันมิได้สงบเหมือนอย่างที่คิด เนื่องจากว่ามีเล่ห์กลทางด้านการเมืองเพื่อบ่อนทำลายฝั่งตรงข้ามโดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังทหารนั่นเอง รวมทั้งการบอกว่า "อยู่ร่วมกัน" ก็มิได้ซึ่งก็คือการอยู่อย่างฉันมิตร แต่ว่าเป็นการตัดตอนศัตรูไม่ให้เป็นภัยรุกรามแล้วอยู่ร่วมโลกกันได้กับสหรัฐนั่นเอง


เหมาเจ๋อตงหัวหน้าของจีนในสมัยนั้นเมื่อรู้แนวความคิด "แนวความคิดพัฒนาการอย่างสันติภาพ" ถึงกับชี้ว่านี่เป็นกลยุทธปิดบังเพื่อทำลายจีน แม้กระนั้นจีนกลับดูเหมือนจะเล่นตามเกมส์ของสหรัฐเสียแบบงั้น เนื่องจากจีนได้ประโยชน์จากแนวคิดนี้แบบเต็มๆถึงขั้นพูดได้ว่าจีนยิ่งใหญ่ขึ้่นมาได้อีกรอบก็เนื่องจากสหรัฐหยิบยื่นจังหวะให้ (โดยไม่ได้นึกฝันถึงคำตอบที่ตรงกันข้ามกับความคาดหวังไว้)


ย้อนกลับไปในตอนสงครามเย็น โลกลัทธิคอมมิวนิสต์มิได้มีความกลมเกลียวกันแต่ว่าแตกออกอย่างเป็น 2 ข้าง เป็นข้างโซเวียต (รัสเซีย) และก็ข้างจีน โดยมีประเทศระบอบคอมมิวนิสต์นิดๆหน่อยๆแแสดงตนเข้าข้างแต่ละข้าง ตัวอย่างเช่น ยุโรปตะวันออกแทบทั้งสิ้นเข้าข้างโซเวียตแล้วก็แอลบาเนียเข้าข้างจีน ฯลฯ


ความแตกคอนี้เป็นช่องทางให้สหรัฐใช้จังหวะสำหรับในการแทรกแซงเพื่อบั่นทอนข้างระบอบคอมมิวนิสต์ ในระหว่างที่รัสเซียมีพลังทางการทหารสูงมากมาย สหรัฐเลือกที่จะหันไปสานสมาคมกับจีนเพื่อใช้คานกับรัสเซียจนถึงอีกทั้ง 2 ประเทศเปิดมิตรสัมพันธ์อย่างเป็นทางการซึ่งสหรัฐเห็นด้วยเมืองจีนเป็น "จีนเดียว" และก็จีนแผ่นดินใหญ่แปลงเป็นจีนอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกของยูเอ็นโดยที่ไต้หวันที่เคยเป็น "จีนเดียว" จำต้องถูกอัปเปหิออกไป


ต่อไปสหรัฐกับจีนก็สานเกี่ยวข้องกันเพิ่มมากขึ้นแต่ว่าผู้นำสหรัฐก็สงสัยต่อจีนด้วยเหมือนกันว่าจะสลับตัวเองให้เสรีเพิ่มขึ้นได้หรือเปล่า สมัครTS911 เนื่องจากสหรัฐไม่เพียงแค่ใช้จีนคานกับรัสเซียเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังหวังเพราะว่าการเข้าไปสนิทสนมกับจีนแล้วมอบโอกาสจีนทางเศรษฐกิจจะช่วยทำให้จีนมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ


ทีท่าของจีนก็ดูเหมือนจะสนองตอบความปรารถนาของสหรัฐ โดยในตอนทศวรรษที่ 80 เติ้งเกลอผิงได้เริ่มเปิดประเทศแล้วก็ทำแก้ไข ก้มรับเอาระบอบระบบทุนนิยมเข้ามาผสมกับสังคมนิยมแล้วเรียกใหม่ว่า "สังคมนิยมแบบจีน" ต่อไปจีนก็เริ่มเปิดกว้างทั้งยังทางเศรษฐกิจ การบ้านการเมือง และก็สังคม ในตอนทศวรรษที่ 80 นั้นจีนได้ชิมรสระบบประชาธิปไตยอย่างไม่เคยมีมาก่อน สังคมมมีความเสรีไม่น้อย รวมทั้งยังอ้าแขนรับวัฒนธรรมสากลอย่างเต็มกำลัง

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น