STAY WITH US

header ads

ราวกับในหนัง!ภรรยาเกาะฝากระโปรงหน้ารถยนต์ขอจัดการกับสามี

จังหวัดกาญจนบุรี-คลิปว่อนเมืองกาญจน์ภรรยาเด็ดเดี่ยวเกาะฝากระโปรงหน้ารถเก๋งขอสะสางกับสามีตอนที่ขับหนีข้างหลังวิวาททะเลาะเบาะแว้งกันร้ายแรงเหมือนกับในหนังบู๊


จากการที่มีการแชร์คลิปวีดีโอเหตุการณ์ที่มีหญิงสาวรายหนึ่งกระโจนเกาะหน้ารถยนต์เก๋งสีดำวิ่งอยู่บนถนนหนทางในบริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลด่านมะขามเตี้ย อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดจังหวัดกาญจนบุรี โดยรถยนต์วิ่งด้วยความเร็วมีหญิงสาวเกาะอยู่ที่หน้ารถยนต์พร้อมใช้ฝ่ามือตีไปที่กระจกด้านหน้ารถ และก็ตะเบ็งโวยวายเสียงดัง ท่ามกลางความตื่นกลัวของราษฎรที่ประสบพบเห็นเรื่องจำนวนหลายชิ้น


ตอนวันที่ 14 ธันวาคม ผู้รายงานข่าวได้ลงพื้นจุดเกิดเหตุ เจอจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนหนทางสายด่านมะขามเตี้ย-หนองตากยา รอบๆหน้าร้านค้าขายข้าวแกงแม่จำปี กลุ่ม 1 เขตเทศบางตำบลด่านมะขามเตี้ย อำเภอด่านมะขามเตี้ย เจอ นายจืดชืด ว่องดีเลิศ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 กลุ่ม 3 ตำบลด่านมะขามเตี้ย อำเภอด่านมะขามเตี้ย ผู้รับจ้างร้านค้าขายอุปกรณ์เกษตรอยู่ห่างจากจุดกำเนิด 100 เมตร โดยนายจืดชืดได้มองเห็นสถานะการณ์ เผยออกมาว่า ตนได้ยินเสื่อมเสียโวยวายตวาดเสียงดัง ก็เลยเดินออกมามอง พบว่ามีสถานะการณ์คนทะเลาะกันอยู่ที่หน้าร้านค้าข้างแกงตั้งอกตั้งใจว่าจะเดินไปดู พอดิบพอดีรถยนต์ได้เคลื่อนวิ่งมาทางหน้าร้านค้า ภาพที่มองเห็นเป็น มีหญิงขึ้นไปอยู่บนกระโปรงข้างหน้ารถยนต์ ภาวะเสมือนเกาะขอบกระจกหน้า เท้าเหยียบรอยต่อฝากกระโปรงกับกระจกหน้า มือข้างซ้ายจับเกาะขอบประตูด้านผู้ขับ เมื่อรถยนต์แล่นออกสตาร์ทอย่างช้าๆเพศหญิงก็ใช้มือขวาตีที่กระจกสำหรับด้านหน้ารถกว่า10 ครั้ง รถยนต์เร่งความเร็ววิ่งผ่านหน้าตนไป หญิงก็เกาะรถยนต์ตีกระจกถี่มากขึ้น รถยนต์วิ่งไปจนกระทั่งทางโค้ง แล้วก็วิ่งไปตามถนนหนทางจนถึงสูดลูกหูลูกตา



ด้านนางจำปี โมกหลวง อายุ 57 ปี แม่ค้าร้านค้าขายข้าวแกง คนเห็นเหตุ บอกว่า ตอนเกิดเหตุตนนอนอยู่ในร้านค้า มีเสียงดังตะคอกว่าหยุด หยุด เลยวิ่งมาดูที่หน้าร้านค้า มองเห็นรถยนต์เก๋งคันสีดำขับมาและก็มีเพศหญิงขับรถจักรยานยนต์ซ้อนเด็กผู้ชายและก็เด็กผู้หญิงอายุราวๆ 7-8 ขวบที่อุ้มลูกสุนัขมาคนละตัวนั่งซ้อนท้ายมาด้วย เมื่อเรียกให้หยุดแม้กระนั้นรถยนต์เก๋งไม่หยุด รถมอเตอร์ไซค์ก็เลยตัดหน้ารถยนต์เก๋งแล้วก็หยุดขวางที่เส้นจราจรเส้นปะกึ่งกลางถนนหนทาง ทำให้รถเก๋งกระทั่งจำต้องหยุดริมทาง


ต่อจากนั้นหญิงดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มานะเดินไปเปิดประตูรถเก๋งแต่ว่าประตูล๊อคเปิดมิได้ เพศชายผู้ที่อยู่ในรถยนต์ไม่ยินยอมเปิดประตู หญิงรายนี้ก็เลยตกลงใจกระโจนขึ้นไปนั่งบนฝากระโปรงรถยนต์ ส่วนชายผู้ขับตกลงใจขับขี่รถหักหัวเลี้ยวซ้ายกระทั่งพ้นรถเครื่อง แล้วก็เร่งความเร็วเขยื้อนรถยนต์วิ่งออกไปตามถนนหนทาง ท่ามกลางความตกใจของราษฎรที่มองเห็นสถานะการณ์ โดยที่เด็กผู้ชายหญิง 2 ผู้ที่นั่งซ้อนท้าย จักรยานยนต์ยืนร้องไห้อยู่กึ่งกลางถนนหนทาง ประชาชนจำเป็นต้องรีบกันเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมโทรแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจตรา โดยรถยนต์ได้วิ่งไปสุดโค้งถนนหนทางโดยประมาณ 10 นาที หญิงได้ติดต่อกลับมาโดยโทรศัพท์เข้าที่โทรศัพท์ที่อยู่หน้ารถมอเตอร์ไซค์ โทรมาพูดว่าฝากลูกด้วยประเดี๋ยวจะมีคนมารับเด็ก ตัวเองไม่มีอันตรายดี


ต่อไปโดยประมาณ 30 นาที มีชายคนหนึ่งที่เป็นเครือญาติของเด็กทั้งคู่ โดยเด็กเรียกว่าคุณลุงเดินทางมารับตัวเด็กทั้งคู่คนกลับไปอยู่ที่บ้าน โดยคุณลุงของเด็กเล่าสถานะการณ์กับตำรวจว่า หญิงที่ขี่จะยานยนต์กับเพศชายที่ขับขี่รถยนต์เก๋งเป็นผัวเมียกัน แต่ว่าเถียงเถียงกัน ข้างชายก็เลยขับขี่รถออกมาจากบ้าน คงจะกลับมาบ้านของข้างชายที่บ้านหนองโสน อำเภอด่านมะขามเตี้ย ทางเมียก็เลยได้ปั่นจักรยานยนต์มาตามหาผัว โดยมีลูกน้อยทั้งคู่คนนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ก่อนที่จะมาเจอผัวกำลังขับรถยนต์เก๋งอยู่ในตลาดด่านมะขามเตี้ยก็เลยบากบั่น เรียกให้ผัวหยุดรถยนต์รวมทั้งเข้าไปเสวนา แม้กระนั้นไม่อาจจะเสวนาตกลงกันได้ต้องเอามาสู่เรื่องอย่างที่เกิดขึ้นข้างในคลิปวีดีโอดังที่กล่าวมาแล้ว


ด้าน พันตำรวจเอกอัฑฒาสิษฏฐ์ พุ่มไม้เกตุแก้ว ผู้กำกับการสภ.ด่านมะขามเตี้ย พูดว่า เรื่องดังกล่าวข้างต้น ทาง สภ.ด่านมะขามเตี้ย ได้รับแจ้งจากประชาชนที่อยู่ในเรื่องราว พร้อมที่จะจัดส่งกำลังข้าราชการลงพื้นที่วิเคราะห์โดยทันที โดยตำรวจได้เข้าไปดูแลเด็กผู้ชายหญิงทั้งคู่ผู้ที่ถูกทิ้งอยู่ข้างถนน พร้อมหาทางติดต่อครอบครัวของเด็ก จนกระทั่งได้รับข้อมูลที่ได้มาจากเครือญาติของหญิงผู้ที่กระโจนเกาะรถยนต์เก๋งคันดังที่กล่าวถึงมาแล้วว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น เกิดเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งมีปากมีเสียงกันระหว่างผัวแล้วก็เมียที่เกิดขึ้นที่ที่พักในเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ข้างชายขับขี่รถออกมาจากบ้าน สมัครTS911


ต่อไปหญิงสาวได้โทรเข้ามาหาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้ข้อมูลว่า สามารถสนทนาตกลงปัญหากับผัวได้เป็นระเบียบ และไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายอะไรก็ตามก่อนที่จะผสานให้ทางเครือญาติมารับตัวเด็กทั้งคู่คนกลับไปอยู่บ้าน พร้อมด้วยมิได้ชอบใจที่จะแจ้งเหตุฟ้องอะไรก็แล้วแต่ทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็เลยมอบเด็กทั้งคู่คนให้กับเครือญาติที่มารอคอยรับ แล้วก็มอบรถจักรยนต์คืนให้กลับไปด้วย

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น