
20 ธค.เป็นวันลงคะแนนนายกหน่วยงานบริหารส่วนจังหวัด 76 ที่รวมทั้งสมาชิกอบจ.พร้อมทั้งประเทศ ถือว่าเป็นการออกเสียงแคว้นนำร่องแบบแรกในรอบ 7 ปี จาก 7,852 ที่ทั่วราชอาณาจักร ที่ประธานและก็สมาชิกสภาครบวาระพร้อม ทั้งยัง กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หน่วยงานบริหารส่วนจังหวัด หน่วยงานบริหารส่วนตำบล ภายหลังจากในสมัยรัฐบาล คสช. ได้บัญชาห้ามไม่ให้มีการลงคะแนนเสียงประธานและก็สมาชิกแคว้นทั่วทั้งประเทศเพราะว่ากลัวความโกลาหลด้านการเมือง
ความน่าดึงดูดใจของการเลือกตั้งแคว้นคราวนี้หมายถึงความตื่นตัวของสามัญชนจะมากน้อยแค่ไหน บ้างคาดว่า อาจมาใช้สิทธิ์มากมายเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ดังนี้ กกต.ประเมินว่า จะมีผู้ไปใช้สิทธิ์มากถึง 70-75% จากเฉลี่ยการเลือกตั้งอบจ.อยู่ที่ 60% กว่าๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชนแบบใหม่ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงทีแรกปริมาณหลายล้านคน จะสร้างกระแสแปลงสำหรับเพื่อการออกเสียงนายกอบจ.คราวนี้ได้หรือเปล่า ซึ่งหลายพื้นที่มักถูกผูกขาดโดย “บ้านใหญ่” กรุ๊ปผู้มีอำนาจประจำจังหวัดมานาน ระหว่างที่แผนกรุ่งโรจน์ของธนาธร ก็เลยรุ่งโรจน์ธุระ กระโจนมาเล่นสนามแคว้นภายหลังบรรลุผลสำเร็จสำหรับการลงคะแนนเสียง สส. สนามระดับประเทศ คราวนี้ส่งผู้สมัครแข่งขันนายกอบจ.42 ที่สร้างสีสันให้การลงคะแนนเสียงคราวนี้
รองศาสตราจารย์วีระอำนาจ เครือเทวดา นักวิชาการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินแคว้นและก็ผู้กระทำระจายอำที่นาจ จาก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งหนึ่งใน ผู้ตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้กระทำระจายอำท้องนาจให้แก่หน่วยงานดูแลส่วนท้องถิ่น ที่มีวิษณุ เครือสวย รองนายกฯ เป็นประธานพินิจพิจารณาว่า ถ้าหากให้ประเมินจากกระแสจนกระทั่งในตอนนี้รู้สึกว่า ไม่น่ามีผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงสูงอย่างที่คาดหมายไว้ ที่สุดแล้วอาจมาเพียงแค่ 50% บวกลบ ไม่มากมาย เพราะเหตุว่าพวกเรามองเห็นการรณรงค์ลงคะแนนนายกรัฐมนตรีอบจ. จากกกต. รวมทั้งรัฐบาล น้อยมาก ซึ่งน่าประหลาดในขณะที่ห่างหายมานับเป็นเวลาหลายปี
สิ่งสำคัญหมายถึงการที่รัฐบาลระบุวันลงคะแนนเสียงเป็นวันอาทิตย์ที่ 20 ธค. ซึ่งเป็นช่วงๆคร่อมหยุดยาวระหว่างเทศกาลปลายปี กับ ตอนหยุดยาวที่เพิ่งจะมีขึ้น (10-13 ธค.) อาจจะเป็นผลให้ผู้ที่ปฏิบัติงานนอกพื้นที่ไม่ว่า ในกรุงเทวดา หรือ ชนบท หรือวัยรุ่นซึ่งเป็น new voters ไม่กลับไปใช้สิทธิ์แน่ เพราะว่าเห็นว่าไม่ป้องกัน ทั้งยังเขาคิดว่า อบจ.ไกลห่างกับวิถีชีวิตคน หรือ ไม่รู้จักว่า กระทบต่อการดำนงชีพยังไง รวมทั้งหากในที่สุดมีคนมาใช้สิทธิ์น้อยจริง รัฐบาลก็ไม่สมควรที่จะนำมาเป็นข้อแก้ตัวที่ว่า กระจายอิทธิพลไม่เป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้เกิดการไม่สนับสนุนงบประมาณหรือแผนการลงพื้นที่
ดังนี้เขาเห็นว่า การที่รัฐบาลเลือกวันที่ 20 ธค. ที่สุดแล้ว บางทีอาจเป็นแผนของรัฐบาลก็ได้ เนื่องจากว่าถ้าคนตื่นตัว เยาวชนแบบใหม่ไปใช้สิทธิ์มากมาย ผู้ที่เสียผลดีก็บางทีก็อาจจะเป็นรัฐบาลก็ได้
รองศาสตราจารย์วีระอำนาจ พูดว่า ภาพการส่งผู้สมัครนายกอบจ. รวมทั้งการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในหลายจังหวัดที่เกิดขึ้น สะท้อนให้มีความคิดเห็นว่า ข้างในพรรคใหญ่ขัดแย้งกัน ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ใน 3-4 จังหวัดภาคใต้ ส่งผู้สมัคร 2 กลุ่มคนคุ้นเคย หรือ พรรคเพื่อไทย ที่เห็นได้ชัดในจังหวัดเชียงใหม่ ผู้สมัครนายกอบจ.แข่งขันกันดุเด็ดเผ็ดมัน 2 คน คนหนึ่งถูกคิดว่า เป็นเพื่อไทยเก่าที่ขวา เคยชินความประพฤติ สมัยก่อนนายกรัฐมนตรีสนับสนุนอย่างออกหน้า สมัครTS911 กับผู้สมัครอีกคนเป็น เพื่อไทยใหม่ ที่มีจตุๆพร พระพรหมพันธ์ เกื้อหนุน พวกนี้แสดงให้เห็นว่า การชิงชัยคราวนี้มีเรื่องมีราวการเปลี่ยนขั้วอำนาจจากกรุ๊ปเก่า เป็นกรุ๊ปใหม่ในพรรค ซึ่งพลังการบ้านการเมืองกรุ๊ปเก่าในพื้นที่บางทีอาจมองอ่อนเพลียลง กรุ๊ปใหม่ก็อาจมายึดแทน ในที่สุดบางทีอาจเอามาสู่ปัญหาความไม่ถูกกันในพรรคก็ได้


0 ความคิดเห็น