STAY WITH US

header ads

YLG ชี้ปีนี้ทองคำ ทำสถิติปรับขึ้นกว่า25% แล้วก็ยังจะขึ้นได้อีก

วายแอลจี เปิดเผยราคาทองคำปีนี้ยังได้โอกาสขึ้นอีก จาก 2 เหตุ แนะวิธีในการดูถ้าเกิดราคาทองไปสู่ตอนขาลงอัจังหวัดตราดอกเบี้ยจะต้องปรับขึ้นก่อน แนะจับตาผลลงคะแนนเสียงสหรัฐ ถ้าเกิดทรัมป์ชนะส่งผลอีกทั้งในทางบวกแล้วก็ลบ แม้กระนั้นถ้าไบเดนชนะ เชื่อตลาดทองไปต่อได้


นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์สมบัติ ประธานข้าราชการบริหาร บริษัท วายแอลจี บูลมัน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ผู้แทนค้าขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX กล่าวมาว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองในตอนเดือนเดือน เดือนตุลาคมราคาทองคำเริ่มมีสัญญาณที่ดียิ่งขึ้นภายหลังที่เดือน เดือนกันยายนก่อนหน้านี้ราคาแกว่งไกวตัวลงเพื่อปรับฐาน


อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าเกิดมองดูจากต้นปีนี้ถึงตอนนี้พบว่าราคาทองปรับขึ้นมาแล้วกว่า 25% ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปรับพฤติกรรมขึ้นมาสูงขึ้นยิ่งกว่าธรรมดาที่แต่ละปีราคาทองจะปรับขึ้นมาราว 5 – 10% อย่างไรก็แล้วแต่ราคาทองในระดับเดี๋ยวนี้ถือได้ว่าเป็นการปรับพฤติกรรมขึ้นมาสูงมากมายแล้ว แม้กระนั้นก็ยังได้โอกาสปรับขึ้นต่อ โดยต้นเหตุหลักมาจากจากเศรษฐกิจโลกที่ยังจำต้องใช้เวลาสำหรับในการฟื้นให้กลับไปสู่ภาวการณ์ธรรมดา


ทั้งผลตอบแทนดอกที่ยังอยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำ โดยยิ่งไปกว่านั้นเมืองนอกที่น้อยลงเหลือ 0% รวมทั้งทรัพย์สินต้นแบบอื่นๆดังเช่นว่า อสังหาริมทรัพย์ เริ่มซื้อ-ขายตรากตรำทำให้สภาพคล่องต่ำ นักลงทุนส่วนหนึ่งส่วนใดก็เลยย้ำถือเงินสด และก็นิดหน่อยนำเงินทุนมาพักไว้ภายในทอง ฉะนั้นตราบเท่าที่อัตราค่าดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำราคาทองคำก็เลยยังคงอยู่ในขาขึ้น แล้วก็ราคาทองจะเข้าสู่ตอนขาลงก็ต่อเมื่ออัตราค่าดอกเบี้ยเริ่มปรับพฤติกรรมดียิ่งขึ้น


สำหรับแนวทางราคาทองรอบนี้ จะปรับขึ้นไปได้อีกไกลเพียงใดนั้น วายแอลจีคิดว่าจึงควรผ่าน 2,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ก่อน ก็เลยจะไปได้ต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาราคาทองเคยทดลอง 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ รวมทั้งปรับต่ำลงมาในช่วงปลายเดือน กันยายน แม้กระนั้นในขณะนี้ราคายังทรงตัวไม่หลุด 1,872-1,847 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ด้วยเหตุนั้นเห็นว่า 1,847-1,800ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์บางครั้งอาจจะเป็นฐานใหม่ ก่อนที่จะปรับขึ้นในช่วงหน้า


อย่างไรก็แล้วแต่ต้นเหตุที่ส่งผลต่อราคาทองในเดี๋ยวนี้ที่น่าจับตาหมายถึงเรื่องการออกเสียงผู้นำสหรัฐ เนื่องจากว่านักวิเคราะห์ต่างเดาว่าถ้าเกิดผลของการออกเสียงออกมาว่าโจ ไบเดน เป็นข้างชนะ จะเป็นต้นเหตุบวกต่อรองราคาทอง เพราะว่าโจ ไบเดน มีนโยบายภาษีที่จะส่งผลเสียต่อตลาดค้าหุ้น ซึ่งแม้หุ้นปรับนิสัยลงเงินลงทุนจะไหลเข้าทรัพย์สินไม่เป็นอันตราย ดังเช่นว่า ทอง


ตรงข้าม แม้แม้โดนัลด์ ทรัมป์ชนะ แม้ว่าจะมีผลดีต่อตลาดหลักทรัพย์ และก็จะก่อให้ราคาทองคำปรับน้อยลง แต่แนวทางบางสิ่งของนายทรัมป์บางทีอาจจะเป็นเหตุบวกต่อทองได้ เพราะเหตุว่าตอนปีให้หลัง ก็มีนโยบายการสู้รบกิจการค้า ที่ก่อให้เกิดความไม่เที่ยง ทำให้นักลงทุนหันมาพักเงินในตลาดทอง ฯลฯ


ดังนี้ในส่วนของนักลงทุน ที่ไม่แน่ใจว่าในอนาคตราคาทองจะปรับพฤติกรรมขึ้นหรือลงนั้น สามารถจัดแจงการเสี่ยงได้ด้วยการลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์สซึ่งสามารถลงทุนได้ถึงแม้ตลาดทองจะอยู่ในขาขึ้นหรือขาลงผ่านตลาด TFEX ทั้งยังในแบบโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส(Gold Online Futures) ที่เป็นการค้าขายทองล่วงหน้าในต้นแบบดอลลาร์สหรัฐ แล้วก็โกลด์ฟิวเจอร์ส(Gold Futures) ที่เป็นการจำหน่ายด้วยเงินบาท ซึ่งการลงทุนผ่าน TFEX นับว่าเป็นหนทางที่นักลงทุนแบบใหม่มีความสนใจด้วยเหตุว่าใช้เงินทุนน้อยกว่าการลงทุนในทองแท่ง จ่ายเงินลงทุนเพียงแค่ไม่ถึง 1 ใน 10 ของราคาข้อตกลง สมัครts911


สำหรับนักลงทุนที่พอใจการลงทุนทองในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Gold Online Futures รวมทั้ง Gold Futures ) เพื่อเป็นอีกช่องทางการลงทุน สามารถดูก่อนยละเอียดได้ทาง www.ylgfutures.co.th

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น